Showing posts with label ในหลวง พระราชดำรัส. Show all posts
Showing posts with label ในหลวง พระราชดำรัส. Show all posts

Tuesday, July 30, 2013

ขาดทุนคือกำไร


ก็แปลว่า ขาดทุน คือ เป็นการได้กำไรของเรา หรือการขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา ท่านนักเศรษฐกิจคงร้องว่า ไม่ใช่ แต่ว่าเป็นไปอย่างนั้น ก็เห็นว่านักเศรษฐกิจก็ยิ้้ม ยิ้ม ๆ ว่า อะไร ? พูดอย่างนี้ "การขาดทุนของเรา เป็นการได้กำไรของเรา" หรือเราได้กำไร แต่พูดภาษาอังกฤษมันสั้นกว่า งั้นก็ต้องขยายว่าภาษาอังกฤษเป็นอย่างไร ? ภาษาอังกฤษ Our หมายความว่า ของเรา Our Loss .. Loss ก็การเสียหาย, การขาดทุน Our Loss Is .. Is ก็เป็น Our Loss Is Our .. Our ก็คือของเรา "Our Loss Is Our Gain" ..Gain ก็คือกำไรหรือที่ได้ ส่วนที่เป็นรายรับ ก็ตกลงบอกกับเขาว่า "Our Loss Is Our Gain" ขาดทุนของเราเป็นกำไรของเรา หรือว่า เราขาดทุน เราก็ ได้กำไร เวลาพูดไปแล้วเขาก็บอกว่า "ขอย้ำ ขอซ้ำอีกที" ก็พูดซ้ำอีกที เขาก็นั่งเฉยไปอีก ก็หมายความว่าต้องการ การอธิบาย เราก็อธิบาย อธิบายว่า ถ้าเราทำอะไรที่เป็นการกระทำแล้วก็เราเสีย แต่ในที่สุดก็ ไอ้ที่เราเสียนั้นมันเป็น "การได้"..
พระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙
ทรงพระราชทานไว้เมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๔

ที่มา
chaba2550

พระราชดำรัสเรื่องนี้ ถ้าคุณผู้อ่านไม่เข้าใจพระราชดำรัสเรื่องที่แล้ว(ทำแบบคนจน) เรื่องนี้เข้าใจยากยิ่งกว่าอีกครับ แต่ถ้าผู้อ่านเป็นคนยุคเก่า ยุคที่ความเจริญยังไม่เข้าคงเข้าใจได้ไม่ยากเพระเนื้อหาของพระราชดำรัสนี้คล้ายเรื่องการทำทานของพระพุทธศาสนาที่สอนให้เรารู้จักแบ่งปัน(คือขาดทุน) ซึ่งเราจะได้หลายสิ่งกลับมาที่อาจะไม่ได้ในรูปของวัตถุ(คือกำไร)  เมื่อผมได้ฟังพระราชดำรัสนี้พอได้ยินท่านพูดถึงนักเศรษฐกิจว่าไม่เข้าใจเรื่องนี้มันยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าความเจริญกับพุทธศาสนามันแทบจะสวนทางกันอย่างชัดเจน 
  เมื่อคุณผู้่อ่านได้อ่านพระราชดำรัสจนจบแล้วลองพิจารณาดูนะครับว่าจะเดินชีวิตอย่างไรต่อ ระหว่างเลือกที่จะให้พัฒนาประเทศตามแบบท่านผู้นำประเทศของเราในหลายๆสมัย หรือ เลือกทำแบบคนจนแบบในหลวง

ทำแบบคนจน




"แบบที่เรียกว่า ทำ "แบบคนจน" คือทำวิธีการแบบคนจน ไม่ได้มีการลงทุนมากหลายอย่างของเขาเราก็ท­ำไป ก็เลยบอกว่าถ้าจะแนะนำ ก็แนะนำได้ "ทำแบบคนจน" เพราะเราไม่ได้เป็นประเทศที่รวย เราก็รวยพอสมควร อยู่ได้ แต่ไม่ใช่เป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่างมาก เราไม่อยากจะเป็นประเทศอย่างก้าวหน้าอย่าง­มาก เพราะว่าถ้าเราเป็นประเทศที่ก้าวหน้าอย่าง­มาก มีแต่.. มีแต่ถอยหลัง ประเทศเหล่านั้นที่เขามีอุตสาหกรรมสูงมีแต­่ถอยหลัง และถอยหลังอย่างน่ากลัว แต่ถ้าเรามีการปกครองแบบ แบบว่า แบบคนจน แบบที่ไม่ติดกับตำรามากเกินไป ทำอย่างมีสามัคคีนี่แหละ มีเมตตากัน ก็จะอยู่ได้ตลอดไป ไม่เหมือนคนที่ทำตามวิชาการ แล้วก็วิชาการนั้นก็เราดูตำราแล้วพลิกไปถึ­งหน้าสุดท้าย หนึ่งหน้าสุดท้ายนั้นเขาบอกว่า"อนาคตยังมี­" แต่ไม่บอกว่าเป็นอย่างไร เวลาปิดเล่มแล้วมันก็ปิดตำรา ปิดตำราแล้วไม่รู้จะทำอะไร ลงท้ายก็ต้องเปิดหน้าแรกใหม่ เปิดหน้าแรกก็เริ่มต้นใหม่ "ถอยหลังเข้าคลอง"แต่ถ้าเราใช้ตำราแบบที่เ­ราอะลุ่มอล่วยกัน ตำรานั้นไม่จบ"

พระราชดำรัสเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พ.ศ.2534

ที่มา
chaba2550

จะเห็นได้ว่าในหลวงท่านไม่ได้ต้องการให้เราเป็นประเทศที่จริญก้าวหน้ามีอุตสาหกรรมสูงแต่ต้องการให้เราอยู่แบบเรียบง่ายมีอะไรก็ช่วยเหลือกันตามแบบวิถีการใช้ชีวิตแบบชนบท ให้อยู่ได้แบบไม่ต้องเป็นหนี้เป็นสินใคร เพราะทรงเห็นว่าประเทศที่ก้าวหน้ามีแต่จะถอยหลังอย่างน่ากลัว(พูดถึงตรงนี้หลายคนอาจจะไม่เข้าใจแต่ลองดูว่าชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองอุตสาหกรรมนั้นเป็นอย่างไรเมื่อเทียบกับชีวิตคนไทยสมัยก่อน  เรื่องนี้คนที่ผ่านโลกมามากคงจะเข้าใจ)